post

ประเทศอินเดียถือว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม ประเพณี รูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ปัจจัยหนนึ่งนอกจากเรื่องของลักษณะการใช้ชีวิตที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษที่ต้องถือว่านี่เป็นประเทศแห่งอารยธรรมต่างๆ มากมายแล้ว ลักษณะของอากาศเองก็เป็นตัวชี้วัดที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าในพื้นที่ใดที่ฝนตกชุกก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง พื้นที่ใดมีอากาศร้อนก็จะใช้ชีวิตต่างกัน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกอะไรได้หลายอย่างสำหรับประเทศอินเดีย

ลักษณะของการแบ่งเขตภูมิอากาศในประเทศอินเดีย

ต้องย้อนความกันไปก่อนว่านอกจากความใหญ่ของประเทศอินเดียที่ทำให้เกิดการแบ่งเขตภูมิอากาศที่หลากหลายแล้ว เรื่องของสภาพพื้นที่และปัจจัยโดยรอบต่างๆ ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยในการที่เป็นตัวแบ่งแยกสภาพอากาศของแต่ละบริเวณในประเทศให้ต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนอื่นต้องบอกว่าสภาพภูมิประเทศของอินเดียถือว่าเป็นภูมิประเทศที่มีความหลากหลายอย่างมาก ทั้งติดทะเล เทือกเขาสูง และทะเลทราย นั่นทำให้พื้นที่บริเวณชายฝั่งหรือส่วนที่ติดกับทะเลก็จะถูกแบ่งให้เป็นเขตภูมิอาการที่มีลมมรสุม ส่วนในบริเวณที่อยู่ห่างไกลจากทะเลออกไปก็จะมีสภาพอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง หลักใหญ่ใจความในการที่จะแบ่งเขตภูมิประเทศของอินเดียได้ชัดเจนก็มีอยู่ด้วยกัน 2 สิ่งคือ เทือกเขาหิมาลัย กับ ทะเลทรายธาร์ จากสิ่งสองสิ่งที่อยู่ในประเทศทำให้อินเดียมีทั้งฤดูร้อนที่มีความอบอุ่นมากรวมไปถึงฤดูหนาวที่มีความเป็นมรสุมอยู่สูงไม่เบา เทือกเขาหิมาลัยจัดว่าเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับการป้องกันลมที่พัดลงลาดเขา ทำให้บริเวณดังกล่าวที่อยู่ใกล้เคียงก็จะมีความอบอุ่นมากกว่าในส่วนอื่นๆ ของประเทศ ซึ่งก็จะเป็นบริเวณทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตามเจ้าเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ก็ทำให้บางส่วนของประเทศอินเดียสามารถดูหิมะได้ด้วยเช่นเดียวกัน อีกสิ่งที่เป็นตัวแบ่งเขตภูมิอากาศก็คือ ทะเลทรายธาร์ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความชื้นจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ โดยเจ้าลมมรสุมที่ว่านี้จะทำให้ทุกปีของประเทศในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม มีฝนกรดตกในพื้นที่จำนวนมากของประเทศโดยเฉพาะในบริเวณตะวันตกเฉียงใต้

การแบ่งเขตภูมิอากาศของอินเดีย

จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวออกมาทำให้สรุปได้ว่าประเทศอินเดียสามารถแบ่งเขตภูมิอากาศออกได้เป็น 4 เขต ประกอบไปด้วย แบบเขตร้อนชื้น (Tropical wet), แบบเขตร้อนแห้งแล้ง (Tropical dry), แบบเทือกเขาสูง (Montane) และแบบอบอุ่นชื้น (Subtropical humid) ถือว่าเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านเขตภูมิอากาศอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว