post

สภาพภูมิอากาศของอินเดีย ที่ต้องรู้ให้ได้

ประเทศอินเดียถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชีย เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกใบนี้ก็เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย อีกทั้งยังถือว่าเป็นประเทศที่มีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายนั่นจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สภาพภูมิอากาศของประเทศอินเดียก็มีความหลากหลายตามไปด้วยเช่นเดียวกัน จากตำแหน่งที่ตั้งของประเทศที่มีขนาดใหญ่หลายส่วนของประเทศจึงมีลักษณะภูมิอากาศที่ไม่เหมือนกันแต่จริงๆ แล้วประเทศที่มีขนาดใหญ่ก็มักพบเจอกับเรื่องแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว

เข้าใจในสภาพภูมิอากาของประเทศอินเดีย

ก่อนทีจะมาเรียนรู้ว่าประเทศอินเดียมีลักษณะสภาพภูมิอากาศเป็นอย่างไรบ้างเราต้องมาทำความเข้าใจทำเลที่ตั้งของประเทศอินเดียก่อนเพื่อที่จะทำให้เราเข้าใจถึงเหตุผลเกี่ยวกับสภาพอากาศมากขึ้น ประเทศอินเดียตั้งอยู่ระหว่างละติจูดที่ 8 องศา 4 ลิปตา ถึง 37 องศา 6 ลิปตาเหนือ และลองติจูด 68 องศา 7 ลิปตา และ 97 องศา 25 ลิปตา ตะวันออก จากตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าวทำให้ประเทศอินเดียมีความทอดตัวยาวจากเหนือจรดเหนือ จากบริเวณเขตใกล้เส้นศูนย์สูตรผ่านเส้นรุ้งที่ 23.5 องศา หรือเส้นที่เรียกว่า Tropic of Cancer ไปยังเส้นเหนือสุดที่เส้นรุ้งที่ 37 นี่จึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้สภาพอากาศจากเหนือจรดใต้มีความแตกต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้เรื่องของความใกล้ไกลของทะเลกับเรื่องของลมมรสุมที่การพักผ่อนประเทศก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยที่ทำให้ประเทศอินเดียมีลักษณะภูมิอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ประเทศอินเดียสามารถแบ่งสภาพภูมิอากาศหลักๆ ได้เป็น 3 ฤดูกาล

ฤดูกาลของประเทศอินเดียและช่วงเวลาต่างๆ

  1. ฤดูร้อน – สภาพอากาศจะมีความร้อนเป็นอย่างมาก โดยจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน ถึง เดือนมิถุนายน อุณหภูมิเฉลี่ยก็จะอยู่ราว 35 องศา แต่ในบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา ด้วยซ้ำ
  2. ฤดูฝน – เป็นฤดูที่จะมีฝนตกชุกเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ติดทะเลนอกจากฝนแล้วก็จะมีพายุและลมมรสุมต่างๆ มากมาย โดยจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยก็จะอยู่ราว 28 องศา
  3. ฤดูหนาว – เป็นฤดูที่สภาพอากาศของประเทศอินเดียจะหนาวเย็นมากๆ โดยจะอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม ถึง มีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ยก็จะอยู่ราว 10-17 องศา แต่สำหรับในบางพื้นที่ก็จะมีอุณหภูมิหนาวเย็นมากถึงขนาด -3 องศาก็มีให้เห็นกัน

นี่คือสภาพอากาศของประเทศอินเดียที่จริงๆ แล้วก็คล้ายๆ กับหลายประเทศในทวีปเอเชีย หากใครอยากลองไปสัมผัสกับประเทศนี้ก็ลองเลือกตามช่วงเวลาว่าอยากไปสัมผัสกับอากาศในลักษณะใดเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการสำหรับการเดินทาง

post

การแบ่งเขตภูมิอากาศของประเทศอินเดีย

ประเทศอินเดียถือว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม ประเพณี รูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ปัจจัยหนนึ่งนอกจากเรื่องของลักษณะการใช้ชีวิตที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษที่ต้องถือว่านี่เป็นประเทศแห่งอารยธรรมต่างๆ มากมายแล้ว ลักษณะของอากาศเองก็เป็นตัวชี้วัดที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าในพื้นที่ใดที่ฝนตกชุกก็จะมีรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง พื้นที่ใดมีอากาศร้อนก็จะใช้ชีวิตต่างกัน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกอะไรได้หลายอย่างสำหรับประเทศอินเดีย

ลักษณะของการแบ่งเขตภูมิอากาศในประเทศอินเดีย

ต้องย้อนความกันไปก่อนว่านอกจากความใหญ่ของประเทศอินเดียที่ทำให้เกิดการแบ่งเขตภูมิอากาศที่หลากหลายแล้ว เรื่องของสภาพพื้นที่และปัจจัยโดยรอบต่างๆ ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยในการที่เป็นตัวแบ่งแยกสภาพอากาศของแต่ละบริเวณในประเทศให้ต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนอื่นต้องบอกว่าสภาพภูมิประเทศของอินเดียถือว่าเป็นภูมิประเทศที่มีความหลากหลายอย่างมาก ทั้งติดทะเล เทือกเขาสูง และทะเลทราย นั่นทำให้พื้นที่บริเวณชายฝั่งหรือส่วนที่ติดกับทะเลก็จะถูกแบ่งให้เป็นเขตภูมิอาการที่มีลมมรสุม ส่วนในบริเวณที่อยู่ห่างไกลจากทะเลออกไปก็จะมีสภาพอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง หลักใหญ่ใจความในการที่จะแบ่งเขตภูมิประเทศของอินเดียได้ชัดเจนก็มีอยู่ด้วยกัน 2 สิ่งคือ เทือกเขาหิมาลัย กับ ทะเลทรายธาร์ จากสิ่งสองสิ่งที่อยู่ในประเทศทำให้อินเดียมีทั้งฤดูร้อนที่มีความอบอุ่นมากรวมไปถึงฤดูหนาวที่มีความเป็นมรสุมอยู่สูงไม่เบา เทือกเขาหิมาลัยจัดว่าเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับการป้องกันลมที่พัดลงลาดเขา ทำให้บริเวณดังกล่าวที่อยู่ใกล้เคียงก็จะมีความอบอุ่นมากกว่าในส่วนอื่นๆ ของประเทศ ซึ่งก็จะเป็นบริเวณทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตามเจ้าเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ก็ทำให้บางส่วนของประเทศอินเดียสามารถดูหิมะได้ด้วยเช่นเดียวกัน อีกสิ่งที่เป็นตัวแบ่งเขตภูมิอากาศก็คือ ทะเลทรายธาร์ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความชื้นจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ โดยเจ้าลมมรสุมที่ว่านี้จะทำให้ทุกปีของประเทศในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม มีฝนกรดตกในพื้นที่จำนวนมากของประเทศโดยเฉพาะในบริเวณตะวันตกเฉียงใต้

การแบ่งเขตภูมิอากาศของอินเดีย

จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวออกมาทำให้สรุปได้ว่าประเทศอินเดียสามารถแบ่งเขตภูมิอากาศออกได้เป็น 4 เขต ประกอบไปด้วย แบบเขตร้อนชื้น (Tropical wet), แบบเขตร้อนแห้งแล้ง (Tropical dry), แบบเทือกเขาสูง (Montane) และแบบอบอุ่นชื้น (Subtropical humid) ถือว่าเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านเขตภูมิอากาศอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

post

Air Pollution อันตรายมากต่อสุขภาพของมนุษย์

Air Pollution (มลพิษทางอากาศ) คือภาวะที่อากาศมีสารเจือปนที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และทรัพย์สินต่างๆ อยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง สาเหตุอาจมีจากหลายด้าน จากธรรมชาติเช่น ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว ไฟไหม้ป่า ก๊าซเสียจากธรรมชาติ ซึ่งมลภาวะจากธรรมชาติเหล่านี้เป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิตน้อยมาก แต่ก็ยังถือว่าอันตรายอยู่ดี และที่เกิดจากมนุษย์ เช่น ควันที่ปล่อยจากโรงงาน ควันจากท่อไอเสียรถ สารเคมีจากการเกษตร ขยะมูลฝอย สาร CFC จากเครื่องทำความเย็น เป็นต้น มลพิษเหล่านี้อันตรายกับสิ่งมีชีวิตบนโลกมากๆ  แถมยังส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศของโลกอีกด้วย  ในบทความนี้เราจึงได้อธิบายเกี่ยวกับความอันตรายของมลพิษทางอากาศที่มีผลกระทบต่อมนุษย์ดังนี้

มลพิษทางอากาศ จะส่งผลเสียทางร่างกายมนุษย์ได้ 2 ทาง คือ ระบบผิวหนัง และระบบหายใจ สำหรับผิวหนังจะพบได้ในบางคนที่อาการแพ้ หรือที่เรียกว่าแพ้อากาศ อาจจะแพ้ควันรถ แพ้ฝุ่น อาการของคนเหล่านี้คือ มีผื่นขึ้น มีอาการคัน ซึ่งสามารถรักษาด้วยการ ทำความสะอาด แล้วจึงใช้ยาทาให้หายได้  ส่วนระบบหายใจ จะส่งผลเสียกับทุกคน ไม่ว่าจะแพ้หรือไม่แพ้ ก็เป็นกันได้ทุกคน มลพิษจะเข้าสู่ระบบหายใจได้ทางจมูก ทางการแพทย์ได้กล่าวว่า หากมนุษย์ขาดอากาศที่มีออกซิเจนที่ใช้หายใจไปเพียง 5-4 นาที คุณอาจตายได้ ส่วนที่สำคัญสำหรับเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต เด็กๆ ที่กำลังเจริญเติมโตเมื่อหายใจเอาอากาศที่เสียๆ เข้าไป ที่มีทั้งฝุ่นละออง ควันพิษต่างๆ สารอันตรายเหล่านี้เองจะไปสกัดกั้นการเจริญเติบโตของร่างกาย แถมยังเป็นเหตุให้เกิดโรคต่างๆ อีกด้วย เช่น โรคทางเดินหายใจ มะเร็งปอด โรคหัวใจ ไอเป็นเลือด เป็นต้น ผลกระทบที่มีผลต่อสุขภาพของมนุษย์สามารถแยกได้ดังนี้

  • Acute sickness or death การเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน เกิดจากการหายใจเอาสารอันตรายที่มีความเข้มข้นสูงมากๆ เข้าสู่ปอด ส่วนมากจะเกิดขึ้นและเสียชีวิตได้ในผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับโรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ คนเหล่านี้จะมีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่นๆ
  • Chronic disease การเจ็บป่วยชนิดเรื้อรัง การเกิดการเจ็บป่วยแบบนี้เนื่องมาจากได้รับมลพิษทางอากาศที่มีความเข้มข้นไม่สูงมาก แต่ได้รับในระยะเวลายาวนาน จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ ความเสี่ยงของคนที่จะได้รับการเจ็บป่วยชนิดนี้คือ คนที่ทำงานอยู่ในที่ที่มีสารเคมี เช่น โรงงานต่างๆ
  • Physiologycal functions การเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของสรีระ เป็นอาหารที่อวัยวะในร่างกายทำงานได้ในประสิทธิภาพที่ลดลง หรือเสื่อมประสิทธิภาพลง
  • Nuisance เกิดความรำคาญ อาการส่วนนี้มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ เกิดอาหารหงุดหงิด รำคาญใจซึ่งผลกระทบอาจจะใหญ่ไปถึงขั้นย้ายที่อยู่อาศัย
post

ประกาศจากประเทศ อินโดนิเซีย เตือนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของความมั่นคงในเรื่องด้านอาหารการกิน

ในตอนนี้ประธานธิบดีของอินโดนิเซียได้มองเห็นความสำคัญอย่างมากในเรื่องของอาหารร่วมไปถึงผลผลิตที่มาพร้อมผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในที่สุด
ซึ่งจากที่ทางการได้ประเมินมาว่าอาจจะเกิดมาจากแนวผลกระทบโดยตรงจากภูมิอากาศ แล้วยังมองให้เห็นผลต่อการที่ต้องเก็บรักษาอาหารให้เอาไว้ให้คงที่อยู่เสมอ ไม่งั้นอาหารจะเกิดอาการเน่าเสียได้ จึงขอแนะนำให้เก็บเกี่ยวอาหารเอาไว้ให้มากพอสมควร
กล่าวต่อประโยคสุดท้ายว่า ในเวลานี้อากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอาจจะมีผลให้ก่อเกิดการเกิดภัยแล้งจะทำให้อาหารทั่วโลกในเวลานี้ของการส่งออกจะทำให้มีปัญหาของเรื่องราคาที่มีราคาแพงมากกว่าเดิมอีกถึงเท่าตัว แล้วตอนนี้จะทำการประสานงานกับพวกกระทวงเกษตรเพื่อให้ผลิตอาหารที่มั่นคงแล้วให้มีการผลิตที่ดีมากยิ่งขึ้นแล้วให้การประสานงานส่วนต่างๆ เดินหน้าไปได้ด้วยดี