post

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาถือว่ามีความเกี่ยวกับภัยธรรมชาติอันรุนแรงมากๆ ของประเทศอินเดีย นั่นคือพายุฝุ่นที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2018 พายุฝุ่นดังกล่าวนี้ไม่ใช่พายุธรรมดาเหมือนที่เรามักเห็นกันทั่วไปแต่มันเป็นภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 100 คน ไม่รวมบ้านเรือนสถานที่ต่างๆ ที่เกิดความเสียหายมากมายในอินเดียแบบประเมินค่าไม่ได้ นับเป็นเรื่องรุนแรงมากๆ ที่ประชาชนอินเดียต้องพบเจอในช่วงฤดูมรสุมของประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับพายุฝุ่นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2018 พร้อมสาเหตุ

สำนักข่าวท้องถิ่นของอินเดียมีรายงานออกมาว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงฤดูมรสุมของประเทศ พายุฝุ่นได้เข้าถล่มทางตอนเหนือมีความรุนแรงสูง คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 100 ราย ภายในช่วงเวลาเพียงแค่คืนเดียว ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากแรงลมที่พัดพาเอาสิ่งของหรือโครงสร้างสาธารณะหล่นมาทับรวมถึงยังมีประชาชนอีกไม่น้อยได้รับบาดเจ็บจากภัยพิบัติครั้งนี้ ปกติแล้วช่วงฤดูมรสุมของอินเดียถือเป็นเรื่องปกติที่พบเจอได้ทุกปีแต่ปีก่อนๆ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทำนองนี้หลักสิบรายเท่านั้น ทว่าปีนี้ความรุนแรงของพายุได้สร้างความตกตะลึงกับนักอุตุนิยมวิทยาอย่างมาก ตัวพายุเดินทางจากรัชราชสถานทางทิศตะวันตกเข้าสู่รัฐอุตตรประเทศแล้วพัดเข้าถล่มกรุงนิวเดลีภายในระยะเวลาที่สั้นมาก บางคนถึงกับบอกว่าทำงานอยู่ตรงนี้มา 20 ปี ไม่เคยเจอพายุอะไรที่รุนแรงเท่านี้มาก่อน มีพายุฟ้าผ่าถล่มลงมาตลอดคืนพร้อมกันนี้ยังมีลมแรงพัดเอาฝุ่นละอองต่างๆ ลอยไปมาบนอากาศมากมาย ลมแรงที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่า Downburst ความรุนแรงของพายุครั้งนี้พอๆ กับพายุที่มักเกิดขึ้นทางภาคกลางกับภาคตะวันออกของสหรัฐฯ บ่อยๆ คำว่า downburst นี้เป็นคำเรียกช่วงเวลาที่กระแสลมพุ่งลงตามแนวดิ่งจากเมฆสู่พื้นดินด้วยความเร็วเกินจินตนาการก่อนกระจายออกไปในทุกทิศทางหรือเรียกอีกอย่างว่า Microburst จากความเร็วลมของ Downburst ที่ 320 กม. สามารถทำให้เครื่องบินทั้งลำตกลงมาได้เลย

มีรายงานเพิ่มเติมว่าฝุ่นละอองที่มากับพายุไม่ได้ทำให้ตัวพายุแรงขึ้นแต่แรงลมคือปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บ สาเหตุของพายุตัวนี้คาดว่าเกิดจากสภาพอากาศที่อุ่นผิดปกติของบริเวณภูมิภาคดังกล่าวทำให้เกิดเป็นความรุนแรงของพายุที่ทวีคูณอีกหลายเท่าตัว โดยก่อนหน้านี้ราว 1 สัปดาห์มีรายงานว่ารัฐราชสถานมีอุณหภูมิสูงถึง 45 องศา พายุฝุ่นที่ว่านี้มีอันตรายกว่าหลายคนคิดไว้เยอะนอกจากเรื่องการบาดเจ็บ เสียหายแล้วยังรวมถึงเรื่องสุขภาพที่มีฝุ่นละอองฟุ้งกระจายบนอากาศเต็มไปหมด สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งสิ้นไม่นับรวมความเสียหายอื่นๆ